จังหวัดจันทบุรีได้เริ่มเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นหนึ่งในเครือข่ายเมืองอาหารสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างชื่อเสียงในระดับสากล โดยล่าสุดได้มีการประชุมเพื่อวางแผนและขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ภายใต้การนำของนายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนางมานัสศรี ตันไล้ วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่เพียงแค่เสริมสร้างศักยภาพด้านอาหาร แต่ยังรวมถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เป้าหมายสูงสุดของจังหวัดจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี มีเป้าหมายสูงสุดในการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลในฐานะเมืองที่มีเอกลักษณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรมอันโดดเด่น การได้รับการรับรองจากยูเนสโกไม่เพียงแต่ช่วยยืนยันศักยภาพของจันทบุรี แต่ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการขับเคลื่อนโครงการนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันให้จันทบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารที่แท้จริง
ทำไมจันทบุรีถึงมีศักยภาพในการเป็นเมืองอาหารสร้างสรรค์?
1. วัตถุดิบชั้นเลิศ
จันทบุรีมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งผลไม้ ทะเลสดใหม่ ผักพื้นเมือง และวัตถุดิบคุณภาพสูงอื่น ๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหารรสเลิศ ตัวอย่างเช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย รวมถึงอาหารทะเลที่สดใหม่ซึ่งหาได้ตลอดปี วัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การบริโภคในประเทศ แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่มีคุณภาพระดับโลก
2. วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย
ด้วยความเป็นเมืองท่า จันทบุรีมีวัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย ผสมผสานระหว่างอาหารไทยดั้งเดิมกับอาหารนานาชาติ เช่น อาหารพื้นถิ่นแบบไทยแท้ อาหารจีน และอาหารยุโรปที่เข้ามาในยุคอาณานิคม ความหลากหลายนี้ทำให้อาหารของจันทบุรีมีรสชาติที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร
3. ศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
จันทบุรีมีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และขนมพื้นเมืองที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ประโยชน์ที่จันทบุรีจะได้รับจากการเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร
1. การส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น
สนับสนุนผู้ผลิตและเกษตรกรในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นการขายผลผลิตทางการเกษตร เช่น ทุเรียน มังคุด หรือผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น น้ำ พริก และผลไม้อบแห้ง เพิ่มมูลค่าสินค้าอาหาร การนำ ผลผลิตท้องถิ่นมาออกแบบเป็นเมนูสร้างสรรค์หรือผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศจะเดินทางมาเพื่อสัมผัสเอกลักษณ์ด้านอาหาร
2. การส่งเสริมอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
การเผยแพร่อาหารพื้นบ้านจันทบุรี:อาหารที่มีเอกลักษณ์เช่น แกงหมูชะมวง ข้าวเกรียบอ่อน หรือ ขนมควยลิงได้รับการโปรโมทสู่เวทีระดับโลกการอนุรักษ์มรดกอาหารพื้นบ้าน ส่งเสริมการสืบทอดตำรับอาหารโบราณในครัวเรือนและชุมชน
3. การพัฒนาทักษะและนวัตกรรมด้านอาหาร
การสร้างนวัตกรรมอาหาร การนำผลผลิตท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ทันสมัยและตอบโจทย์ตลาดโลก เช่น ไอศกรีมทุเรียน หรือ เครื่องดื่มผลไม้ฟิวชัน การพัฒนาผู้ประกอบการด้านอาหาร ช่วยพัฒนาทักษะการทำอาหารและ
การแปรรูปในชุมชน เช่น การอบรมเชฟท้องถิ่น หรือการจัดเวิร์กชอป
4. การสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงระดับโลก
การเพิ่มความโดดเด่นในระดับนานาชาติ ช่วยให้จันทบุรีเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งวิทยาการอาหารการสร้างความภาคภูมิใจให้คนในท้องถิ่น การได้รับการยอมรับจาก UNESCO ช่วยให้ชาวจันทบุรีมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมอาหารของตน
5. การสนับสนุนความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
การเกษตรยั่งยืน การพัฒนารูปแบบการปลูกผลไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการใช้สารเคมี การลดขยะอาหาร
การส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตส่วนเกินเพื่อสร้างมูลค่า
การขับเคลื่อนจันทบุรีสู่เป้าหมาย
การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวไกล จังหวัดจันทบุรีต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อวางแผนและดำเนินงานตามโรดแมปที่กำหนดไว้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอาหารของจังหวัด
1. การสร้างแบรนด์และการตลาด
การสร้างแบรนด์ให้จันทบุรีเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองอาหารสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การจัดแคมเปญการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ การโปรโมทผ่านงานแสดงสินค้า และการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร
2. การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้
การอบรมและพัฒนาทักษะให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น การเรียนรู้เทคโนโลยีการแปรรูปอาหารการปรับปรุงมาตรฐานการผลิต และการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
3. การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก
การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและระบบขนส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง
4. การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
การสนับสนุนด้านงบประมาณ นโยบาย และการจัดตั้งองค์กรเพื่อผลักดันโครงการให้เป็นรูปธรรม รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่
สรุป
การพัฒนาจันทบุรีให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโกไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมชื่อเสียงของจังหวัดในระดับสากล แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคมของชุมชนในระยะยาว ความสำเร็จนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้จันทบุรีก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมืองอาหารชั้นนำของโลกอย่างแท้จริง
Facebook Page : มหัศจันท์ แห่งรสชาติ – Chanthaburi Gastronomy
Home Page : มหัศจันท์ แห่งรสชาติ – Chanthaburi Gastronomy